รองนายกฯ “ธรรมนัส” นั่งประชุมหัวโต๊ะ คกก. นโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ เดินหน้าพิจารณาปรับสัดส่วนผสมไบโอดีเซล
พร้อมไฟเขียวเปิดตลาดปาล์มน้ำมันระหว่างประเทศ ปี 2569–2571
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ครั้งที่ 2/2568 โดยมีนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ และผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล และผ่านระบบออนไลน์ เมื่อวันที่ (17 พฤศจิกายน 2568) เวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ายินดีอย่างยิ่งที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ โดยปาล์มน้ำมันเป็นสินค้าที่มีความสำคัญกับเกษตรกรไทยกว่า 4.3 แสนครัวเรือน ไม่เฉพาะในพื้นที่ภาคใต้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงทุกภาคของประเทศที่ให้ความสนใจประกอบอาชีพปลูกปาล์มน้ำมัน ซึ่งปริมาณปาล์มน้ำมันในแต่ละปีให้ผลผลิตจำนวนมาก และยังมีปัญหาหลายด้านที่เกิดกับเกษตรกร ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายในแต่ละรัฐบาล พยายามหาแนวทางแก้ปัญหาในการพยุงราคาน้ำมันปาล์มช่วยเหลือเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาวาระสืบเนื่อง ได้แก่
1) ขอความร่วมมือกระทรวงพลังงานพิจารณาปรับสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว จาก บี 5 เป็น บี 7
2) ผลการศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้างราคาผลปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม และ
3) ขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 สนับสนุนการรับซื้อน้ำมันไบโอดีเซล (บี 100) ตามราคาเสนอแนะจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาเห็นชอบการเปิดตลาดน้ำมันปาล์มและน้ำมันเนื้อในเมล็ดปาล์มภายใต้กรอบการค้าระหว่างประเทศ ปี 2569 – 2571 และเห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ปี 2568 รวมทั้งเห็นชอบการปรับปรุงองค์ประกอบคณะอนุกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม และคณะอนุกรรมการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบ
ในตอนท้าย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัจจัยตั้งแต่ต้นน้ำ ทั้งในด้านการลดต้นทุนการผลิตและการกำหนดกรอบแนวทางในการปลูกพืชประเภทปาล์มน้ำมัน โดยระบุว่าการขยายพื้นที่ปลูกโดยไม่มีระบบรองรับที่เหมาะสม อาจกระทบต่อความสมดุลทางการตลาด ขอมอบหมายให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำชับกรมส่งเสริมการเกษตรพิจารณาจัดทำระบบขึ้นทะเบียนการปลูกปาล์มน้ำมัน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้การดำเนินงานบูรณาการร่วมกับกระทรวงพลังงานเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรอย่างแท้จริง
“คณะรัฐมนตรีชุดนี้มีระยะเวลาในการทำงานค่อนข้างจำกัด เรื่องใดที่เป็น Quick Win และสามารถขับเคลื่อนได้ ต้องดำเนินการทันทีให้เกิดผลเป็นรูปธรรม” รองนายกรัฐมนตรี ย้ำ
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
